นิทานเรื่องสั้น

อุตตรา อุบาสิกา

จากหนังสือธรรมะเอกเขนก (ขวัญ เพียงหทัย)

 

ฝนแรกยกถาดกับข้าวเดินตามหลังคุณยายลงไปที่ท่าน้ำในตอนเช้า บรรยากาศชื้นน้ำค้างชื่นใจ ขณะที่แสงแดดอ่อนค่อยเรื่อเรืองขึ้น ไม่นานนัก พระสงฆ์ก็พายเรือมาบิณฑบาต คุณยายจบอาหารด้วยท่าทางอันสงบ แล้วถวายอาหารอย่างบรรจง

ฝนแรกมองพระสงฆ์ค่อยๆ พายเรือต่อไป และรู้สึกพอใจในบรรยากาศนั้น

หลังจากตักบาตรจนครบ ๓ องค์แล้ว คุณยายยังคงนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำ ฝนแรกนั่งข้างๆ รู้สึกสบายใจ มองไปข้างหน้าเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ริมน้ำ มีหญิงคนหนึ่งกำลังตักบาตรเหมือนกัน

“บ้านนั้นคงมีแต่อาหารดีๆ นะคะคุณยาย”

คุณยายยิ้ม “อาหารของเรา ก็ดีที่สุดของเราแล้ว ไม่ต้องเทียบกับใคร”

“คนยากจนจะมีโอกาสทำบุญมั้ยคะ คุณยาย”

“มีสิจ๊ะ”

“แล้วการทำบุญนี่ ทำยังไงถึงจะได้บุญมากล่ะคะ”

“ถ้าตามตำราท่านก็บอกว่าใส่บาตรพระที่ออกจากนิโรธสมาบัติ จะได้บุญเห็นผลทันตา เพราะท่านเข้านิโรธสมาบัติ ๗ วัน ถึงจะออก ไม่ได้ฉันอาหารเลย อย่างเรื่องของนายปุณณะเป็นต้น”

“คุณยายเล่าเรื่องให้หนูฟังมั่งซีคะ” ฝนแรกอ้อน คุณยายยิ้มสบายใจ แล้วเริ่มเล่าเรื่องให้หลานฟัง

“ในเมืองราชคฤห์ มีคนยากจนอยู่คนหนึ่ง เขาชื่อปุณณะ อยู่กับเมียกับลูกสาว เขาเป็นลูกจ้างของสุมนเศรษฐี ตอนนั้นในเมืองราชคฤห์เขาจะจัดงานรื่นเริง ๗ วัน สุมนเศรษฐีก็ถามว่า ปุณณะจะมาร่วมงานด้วยมั้ย

ปุณณะบอกว่าตัวเองยากจน ขอไปไถนาตามปกติดีกว่า เศรษฐีก็ให้วัวเขาไปไถนา เขาสั่งเมียว่าให้ต้มผักไปส่ง ต้มไปเยอะๆ

วันนั้นพระสารีบุตรท่านเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติท่านทรงตรวจดูว่าควรจะไปสงเคราะห์ใครดี เพราะคนที่ให้อาหารแก่พระที่ออกจากนิโรธสมาบัติจะได้บุญมาก แล้วท่านก็เห็นนายปุณณะด้วยญาณของท่าน

ท่านใคร่ครวญว่า เขามีศรัทธามั้ย ทราบว่าเขามีศรัทธา ท่านจึงถือบาตรไปหานายปุณณะ

นายปุณณะเห็นพระสารีบุตรแล้วก็วางไถมาไหว้ท่านแล้วคิดว่าท่านคงต้องการไม้สีฟัน เขาทำถวาย พระเถระนำบาตรและผ้ากรองน้ำมาให้เขา เขาคิดว่าท่านต้องการน้ำดื่ม จึงรับเอามาแล้วกรองน้ำไปถวาย

พระสารีบุตรคิดว่า บ้านของนายปุณณะอยู่หลังบ้านคนอื่น ถ้าท่านไปที่บ้านเมียของเขาก็จะไม่เห็นท่าน ท่านเลยคอยอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ทราบด้วยญาณว่า เมียของปุณณะกำลังเดินมา ท่านถึงได้เดินไป”

“ไปพบกันกลางทางหรือคะ” ฝนแรกถาม

“ใช่ พอพบกัน เมียของปุณณะคิดว่า บางครั้งเมื่อมีของจะถวาย ก็ไม่ได้พบพระ บางครั้งพบพระก็ไม่มีของถวาย คราวนี้พบพระด้วยมีของถวายด้วย เลยวางของลง นั่งไหว้แล้วพูดว่า

ท่านผู้เจริญ โปรดอย่าคิดว่าอาหารนี้ดีหรือเลว โปรดรับอาหารนี้สงเคราะห์แก่ทาสของท่านด้วยเถิด”

“แหม มีศรัทธา น่าชื่นใจนะคะ คุณยายขา” ฝนแรกชื่นชม

“พระสารีบุตรท่านน้อมบาตรเข้าไปรับนางตักอาหารใส่ลงได้ครึ่งบาตร ท่านก็เอามือปิด ทำนองว่าพอแล้ว นางบอกว่า อย่าสงเคราะห์นางในโลกนี้เลย กรุณาสงเคราะห์ในโลกหน้าเถิด ดิฉันขอถวายทั้งหมด”

“แปลว่าอะไรคะ คุณยาย”

“ก็แปลว่า ไม่ต้องสงเคราะห์ คือเหลือข้าวไว้ให้นางกินวันนี้หรอก วันนี้ยอมถวายหมดเลย บุญที่ได้จะได้ไปคุ้มครองนางในชาติหน้า ให้ไม่ต้องอดอยากยากจนอย่างนี้”

“อ้อ เป็นอย่างนี้เอง” ฝนแรกเข้าใจ คุณยายเล่าต่อ

“ใส่บาตรเสร็จ ก็อธิษฐานว่า ขอดิฉันได้เห็นธรรมที่พระคุณเจ้าเห็นแล้วด้วยเถิด พระสารีบุตรท่านอนุโมทนาว่า ขอจงสำเร็จเถิด แล้วท่านก็ไปฉัน

นางกลับบ้านไปหุงข้าวมาใหม่ นายปุณณะหิวจนตาลาย ทำงานต่อไม่ไหว เลยไปนั่งคอยที่ใต้ต้นไม้

ฝ่ายเมียมาสาย กลัวผัวหิวมากเดี๋ยวเกิดมาทุบตีเลยรีบชิงบอกว่า ให้เขาทำใจให้เลื่อมใส ที่มาช้าเพราะได้ถวายอาหารแก่พระสารีบุตรไป นายปุณณะก็ยินดี บอกว่าดีแล้ว ฉันก็ทำไม้สีฟันแก่ท่าน และถวายน้ำด้วย

สองคนกินข้าวกันไป นายปุณณะเหนื่อยมาก กินแล้วก็หลับไป พอตื่นขึ้นมา ดินที่ไถอยู่ในนาก็กลายเป็นทอง”

“โอ้โฮ อย่างนั้นเชียวหรือคะ” ฝนแรกหัวเราะชอบใจ

“ใช่ซี ผลบุญใหญ่มากเลย นายปุณณะก็เลยเอาทองใส่ถาดไปถวายพระราชา ทูลให้ทรงทราบ แล้วขอให้ส่งคนไปขนมา พระราชาสั่งให้คนเอาเกวียนไปขนมา แต่พอไปถึง คนนั้นเขาพูดว่า นี่ทองของพระราชา ทองก็กลายเป็นดินไป”

“อ้าว เหรอคะ” ฝนแรกว่า “แล้วทำยังไง”

“เขาก็ไปทูลพระราชาว่า สงสัยสองคนนี่จะโกหก พระราชาถามว่า เธอพูดยังไง เขาตอบว่าพูดว่าทองของพระราชาพระราชาเลยให้กลับไปใหม่ ให้พูดว่า ทองของนายปุณณะ ทีนี้ทองก็เป็นทอง ขนมาที่วัง ได้ทองกองสูง ๘๐ ศอก”

“โอ้โห เยอะจัง กองเท่าบ้านหลังใหญ่ๆ เลย” ฝนแรกคำนวณ

“พระราชาถามว่า ใครมีทองมากเท่านี้บ้าง ไม่มี ก็ทรงตั้งให้เป็นเศรษฐีชื่อพหุธนเศรษฐี
สมัยก่อนใครจะเป็นเศรษฐีนี่ ต้องให้พระราชาแต่งตั้งนะ ไม่ใช่พอรวยแล้วเป็นเอง ไม่ได้ แล้วพระราชายังพระราชทานฉัตรสำหรับเศรษฐี แล้วให้ของอีกเยอะแยะ และให้ที่ดินสำหรับปลูกบ้านด้วย เพราะนายปุณณะอาศัยบ้านของเจ้านายอยู่

พอปลูกบ้านเสร็จ ก็มีงานฉลองขึ้นบ้านใหม่ ฉลองฉัตรพระราชทาน ถวายทาน มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนาด้วยอนุปุพพิกถา พอเทศนาจบ ทั้งพ่อแม่ลูกก็บรรลุเป็นพระโสดาบัน”

“แหม ดีจังเลยนะคะ ชื่นใจ” ฝนแรกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“คุณยายจำเรื่องได้หมดเลยนะคะนี่ ฟังสนุกดีค่ะ”

“ยังไม่จบนะ” คุณยายหัวเราะ

“อ้าว เหรอคะ มีอะไรอีกคะ” ฝนแรกดีใจได้ฟังนิทานต่อ

“ลูกสาวของปุณณะ ชื่ออุตตรา สุมนเศรษฐีมาขอไปให้กับลูกชาย ตอนแรกปุณณะไม่ยกให้ เพราะเห็นลูกชายเศรษฐีเป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย แล้วจะอยู่กับลูกสาวของตัวซึ่งเลื่อมใสได้ยังไง

แต่แล้วก็โดนคนนั้นคนนี้หว่านล้อมมากเข้าๆ เลยให้แต่งไป แต่งงานแล้วนางอุตตราก็เลยไม่เคยได้ทำบุญทำทาน ไม่เคยได้ฟังเทศน์ฟังธรรมอีกเลย”

“อ้าว แย่เลย ทำไมพ่อทำอย่างนี้ทั้งๆ ที่รู้ก่อนแล้ว” ฝนแรกหงุดหงิด คุณยายหัวเราะ

“พอเกือบจะออกพรรษา นางอุตตราก็เลยส่งข่าวไปบอกพ่อว่าโอ๊ย ให้ลูกเสียโฉมยังดีกว่ามาเป็นเมียคนมิจฉาทิฏฐิ นี่ลูกไม่เคยได้ทำบุญเลย ไม่เคยได้ฟังธรรม ไม่เคยได้เห็นพระสงฆ์เลย นายปุณณะสงสารลูก เลยส่งเงินมาให้ ๑๕,๐๐๐ กหาปณะ บอกลูกสาวว่า ในเมืองนี้มีหญิงโสเภณีคนหนึ่งชื่อสิริมา ให้ไปจ้างมาวันละ ๑,๐๐๐ กหาปณะมาบำเรอสามี ลูกจะได้ไปทำบุญ

นางทำตามพ่อบอก ฝ่ายสามีเห็นสิริมาสวยก็เลยตกลง ยอมให้เมียไปเลี้ยงพระ

นางอุตตราดีใจไปนิมนต์พระพุทธเจ้า ขอให้ทรงรับอาหารที่บ้านของนาง ๑๕ วันติดต่อกัน พระพุทธเจ้าทรงรับ

นางดีใจ ลงมือสั่งคนใช้เอง ลงไปในครัวเอง

จนถึงวันจะออกพรรษา สามีของนางอุตตรามายืนดูที่หน้าต่าง เห็นอุตตรามอมแมม เปื้อนเถ้าเปื้อนฝุ่นก็หัวเราะว่า นางไม่รู้จักทำตัวสุขสบายให้สมกับเป็นเศรษฐี ลงไปทำอะไรๆ เอง จนมอมแมมเหมือนพวกทาส

นางสิริมายืนดูแล้วสงสัยว่าเขาหัวเราะอะไรไปดูที่หน้าต่าง เห็นนางอุตตราก็คิดว่าสามีของตัวยังพอใจนางอุตตราอยู่”

“สามีของตัวอะไรกันคะคุณยาย ก็เขาจ้างมาแค่ ๑๕ วันเอง” ฝนแรกแย้ง

“ก็ลืมไปไง” คุณยายเล่าหัวเราะ “นึกว่าคนของตัว ทีนี้ก็เลยโมโห รี่ลงไปในครัวเลย ไปเอาทัพพีตักเนยใสในหม้อต้มกำลังเดือด ถือไปจะไปราดหัวนางอุตตรา”

“โอย ทำไมดุจัง” ฝนแรกคราง

“นางอุตตราเห็นแล้วล่ะ ก็แผ่เมตตาไปให้ว่า หญิงคนนี้มีอุปการะต่อเรามาก จักรวาลยังแคบไป พรหมโลกยังต่ำไป สำหรับบรรจุบุญคุณของเธอ”

ฝนแรกฟังด้วยใจจดจ่อ เพราะถ้อยคำที่คุณยายเล่า ผิดคาดไปจากความเข้าใจของเธอ คุณยายยังพูดต่อ

“เราได้อาศัยเธอแล้ว จึงมีโอกาสถวายทานและฟังธรรม ถ้าเรามีความโกรธต่อสิริมา ขอให้เนยใสนี้จงลวกเรา ถ้าไม่มี ขอเนยใสอย่าลวกเรา

พอสิริมาราดเนยใสลงมา ก็เย็นเหมือนน้ำ

สิริมาเข้าใจว่าเนยใสคงจะเย็นแล้ว เลยจะกลับไปตักใหม่ พอดีพวกทาสทั้งหลายเข้ามารุมเธอใหญ่ นางอุตตราห้ามไว้ แล้วพาไปอาบน้ำแล้วทายาให้”

“แหม อะไรจะดีขนาดนั้น ถ้าเป็นหนูเห็นทีจะม่ายไหว” ฝนแรกหัวเราะ

“นางสิริมาเริ่มรู้ตัว ขอขมา แต่นางอุตตราบอกว่าฉันเป็นคนมีบิดา เมื่อบิดาอภัยแล้ว ฉันจะอภัยให้

นางสิริมาบอกว่าจะไปหาเศรษฐีปุณณะ แต่นางอุต-ตรา บอกว่า ท่านปุณณะเป็นบิดาในวัฏฏะคือในทางโลก แต่พระพุทธเจ้าเป็นบิดาในวิวัฏฏะ คือในทางไม่เวียนว่ายตายเกิดอีก เมื่อพระองค์อภัย ฉันจะอภัยให้

นางสิริมาก็บอกว่า ไม่คุ้นเคยกับพระพุทธเจ้า

นางอุตตราบอกไม่เป็นไร ฉันจะช่วย พรุ่งนี้พระองค์จะเสด็จมา เธอจงหาสักการะเท่าที่หาได้มาแล้วขอให้พระองค์ให้อภัย

สิริมาเต็มใจ กลับไปบ้านเตรียมอาหารอย่างประณีต รุ่งขึ้นก็นำเครื่องสักการะมา แต่ไม่กล้าเข้าไปใส่บาตรพระสงฆ์ นางอุตตราจึงรับเอาไปจัดแจงให้”

คุณยายพักเหนื่อย ฝนแรกเข้าไปนวดคุณยาย พลางพูดว่า “คนดีก็ดีไปทุกเรื่องเลยนะคะ คุณยายขา”

คุณยายยิ้มรับ “พอเสวยเสร็จ สิริมาหมอบลงแทบพระบาทพระพุทธเจ้า ท่านทรงถามว่า เธอมีความผิดอะไร สิริมาก็เล่าเรื่องถวาย

จริงหรืออุตตรา

จริงอย่างนั้นพระเจ้าข้า

พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนาในการทำของอุตตรา

แล้วจึงทรงตรัสสุภาษิตว่า

พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ

พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

พึงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยความจริง”

“จบแล้วใช่มั้ยคะคุณยาย” ฝนแรกว่า นวดให้คุณยายอีก “เหนื่อยมั้ยคะ หนูฟังสนุกไปเลยค่ะ แต่สอนใจดีนะคะ”

คุณยายยิ้ม “แต่เราต้องเอาไปเตือนใจเราด้วยนะหลาน ไม่ใช่เก็บเอาแต่ความสนุกไปอย่างเดียว แล้วทิ้งคติธรรมไป”

http://www.mindcyber.com/content/data/6/0102-1.html

About these ads

2 ความเห็น (+add yours?)

  1. krootim
    ส.ค. 24, 2010 @ 06:35:36

    เนื้อหาน่าสนใจคะ จะรออ่านเรื่องต่อไปนะคะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: